=DIY เปลี่ยนรีเลย์แก้แอร์ไม่เย็น เย็นไม่ฉ่ำ ความร้อนขึ้น=

Do It Yourself. เทคนิคแนวทางการแต่งรถ Honda Civic FB ด้วยตัวเอง
รูปภาพ

=DIY เปลี่ยนรีเลย์แก้แอร์ไม่เย็น เย็นไม่ฉ่ำ ความร้อนขึ้น=

โพสต์โดย art34 » ศุกร์ 03 มิ.ย. 2016, 21:30

== กระทู้นี้ช่างโจรมีเคือง ( -_- *) Relay พัดลมแอร์ พัดลมระบายความร้อน คลัชคอมแอร์ แก้แอร์ไม่เย็น เย็นไม่ฉ่ำ ความร้อนขึ้น ==
สำหรับ Civic FB (ปี 2012-2015) Civic FD ( Civic ปี2006 - 2011 ทั้งเครื่อง 1.8 และ 2.0) หรือ CRV Gen 3 (ปี 2007 - 2012 ทั้งเครื่อง 2.0-2.4) Accord Gen 7 Gen 8 (รุ่นล่าสุด Gen 9) ทั้งเครื่อง 2.0, 2.4, 3.0 ,City 2008-2013, Jazz GE 2008-2013, FREED, Brio, Mobilio
#แอร์ไม่เย็น หรือ เย็นไม่ฉ่ำ แอร์ออกแต่ลมไม่มีความเย็น เกจความร้อนขึ้นนิดๆ# เชิญเข้ามาอ่าน การซ่อม DIY ด้วยตัวเองในราคาเบาๆกันก่อนไปร้านแอร์ หรือเข้าศูนย์ดีไหม

รูปแสดงกล่องรีเลย์และฟิวส์ของรถ Civic FB
รูปภาพ
เริ่มต้นขออ้างอิงข้อมูลจาก Civic FD ที่มีระบบทำงานเหมือนกันและอายุถึงเวลามีปัญหาเรื่องแอร์ ก่อนแล้วแก้ไขปัญหาตรงจุดและสำเร็จอย่างล้นหลายนะครับ
รูปแสดงกล่องรีเลย์และฟิวส์ของรถ Civic FD ( Civic ปี2006 - 2011 ทั้งเครื่อง 1.8 และ 2.0)
รูปภาพ
จะรู้ได้อย่างไรว่ารีเลย์เสื่อมรึยัง
การใช้เลข กม.เป็นตัววัด อาจจะไม่แม่นเพราะ ข้อมูลที่ได้จากสมาชิกเวปบอร์ด Civic FD มีอาการ รีเลย์เสียชัดเจนมีตั้งแต่ 40,000 กม. กันเลยทีเดียว
ตามสเปคทั่วไป รีเลย์ สามารถตัดต่อได้ประมาณ 1 แสนครั้ง (รถที่ใช้สภาพจราจรติดบ่อยๆ เป็นที่แน่นอนว่าใช้ได้ไม่ถึง 1 แสน กม. แน่นนอน) ดังนั้นทดสอบตรงๆกันเลยดีกว่า

1> วิธีทดสอบว่ารีเลย์เสื่อมหรือยังโดยเปิดแอร์ กด A/C เปิดๆปิดๆ 10 ครั้ง พัดลมต้องหมุนทั้งสองตัว และ หน้าคลัชต้องจับทุกครั้ง แนะนำให้ทดสอบหลังจากใช้งานมาเครื่องร้อนๆ ทดสอบตอนเครื่องเย็นอาจไม่พบความผิดปกติ
2> เกจความร้อนควรอยู่ปกติที่ 9 เม็ด ถ้าเกิน เช็คพัดลมและรีเลย์พัดลมด่วน นั่นหมายถึงร้อนเกินมากแล้ว เพราะเพื่อนๆเราหลายๆที่ติดตั้ง เกจวัดความร้อนเพิ่มเกจ แจ้งเตือนเครื่องร้อน แต่เกจความร้อนรถไม่เตือนขึ้น 9 เม็ดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี่เป็นสเปคของรีเลย์ยี่ห้อนึง อยากให้ดูตรงกรอบสีแดงๆ มันหมายความว่า รีเลย์ทั่วไปอายูการใช้งานตัดต่อที่ประมาณ 1 แสนครั้ง ซึ่งแสดงว่า ถ้ารีเลยตัดต่อ 1 ครั้งต่อระยะทาง 1 กม. แสดงว่า ถ้ารถวิ่ง 1 แสนโล รีเลย์นี้หมดอายุไป (เกินคุ้ม)เรียบร้อยแล้ว ที่มากกว่านั้น คุณคิดว่ารถยนต์ในสภาวะรถติดทั่วประเทศไทย ณ ปีนี้ ในระยะทาง 1 กม. พัดลม หรือ คลัชคอมแอร์ ทำงานกี่ครั้ง สรุป 1 แสนโล ก้อเปลี่ยนเถอะครับเกินคุ้มแล้ว ลูกหลาน ภรรยา ลุง ป้า น้า อาไม่ลำบาก อาบเหงื่อ อย่างน้อยยังไม่เปลี่ยนก็ควรมีเก็บไว้ในรถ
รูปภาพ


ตัวอย่างปัญหาที่พบกัน กรณี Relay เสื่อม แอร์เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง ออกอาการในเมืองรถติด อารมณ์เสียสุดๆ
รูปภาพ
สมาชิกเวปบอร์ดนี้ระดับ DRIFT KING ยืนยัน หนึ่งในสาเหตุแอร์ไม่เย็น
รูปภาพ
ทำไมต้องเปลี่ยน Relay พัดลมระบายความร้อน (เบอร์ 1)
อันนี้ส่งผลกระทบรุนแรงถ้าเครื่อง Over heat คงไม่ต้องบรรยายมากนะครับว่าวุ่นวาย หรือ ต้องเสียเงินซ่อมเครื่อง มากขนาดไหน ที่แน่ๆได้จอดข้างทางแน่
ทำไมต้องเปลี่ยน Relay พัดลมแผงแอร์ (เบอร์ 4)
ส่งผลโดยตรงกับพัดลมระบายความร้อนที่แผงแอร์ไม่ทำงาน ส่งผลให้แอร์ไม่เย็นเลย หรือเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง คือ แอร์จะไม่เย็นช่วงอากาศร้อน หรือเย็นไม่ฉ่ำในช่ วงอากาศเย็น เพราะพัดลมแอร์ทำงานไม่ทำบ้าง ยิ่งร้อน ยิ่งร้อนยิ่งไม่อยากทำ ถ้ารีเลย์ เบอร์ 4 เสื่อมแอร์จะไม่เย็นช่วงอากาศร้อน หรือเย็นไม่ฉ่ำในช่วงอากาศเย็น หรือ แอร์จะเย็นก็ต่อเมื่อรถวิ่ง ถ้านิ่งจะเย็นน้อยไม่ฉ่ำ
ทำไมต้องเปลี่ยน Relay หน้าคลัชคอมแอร์ (เบอร์ 7) หลักการทำงานของหน้าคลัชคอมแอร์คือ ใช้แม่เหล็กไฟฟ้าดึงดูดหน้าคลับให้มายึดติดกับพูลเลย์หน้าคอมเพสเซอร์แอร์ ดังนั้น ถ้าสวิทย์ไฟฟ้า(รีเลย์) เบอร์ 7 เสื่อมทำงานบ้างไม่ทำบ้าง ทำให้แอร์ไม่เย็นขึ้น มีแต่ลม ดื้อๆแหละครับ
รูปแสดงการทำงานของ Relay หน้าคลัชคอมแอร์ (เบอร์ 7)
รูปภาพ

ทำไมต้องเปลี่ยน Relay ระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า (เบอร์ 2) และ ระบบฉีดเชื้อเพลิง (เบอร์ 9)
เครื่องยนต์ควบคุมการเร่งด้วยคันเร่งไฟฟ้าและระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า(ลิ้นควบคุมอากาศเข้าเครื่องยนต์) ถ้ารีเลย์เสียนั่นก็หมายถึง อย่าว่าแต่เร่งเลย ติดเครื่องยังไม่ได้เลย
ในขณะเดียวเดียวกับระบบฉีดเชื้อเพลิง (น้ำมัน หรือ แก๊ส) ไม่มีไฟเข้าหัวฉีดเชื้อเพลิง เครื่องจะติดได้งัย (สัญญาณไฟหัวฉีดแก๊สพ่วงจาก สัญญาณไฟหัวฉีดน้ำมัน ดังนั้น ไม่ว่ารถจะใช้แก๊สแล้ว ก็จำเป็นที่ต้องเปลี่ยน
เครื่องยนต์จะเร่งเครื่อง หรือ เบาเครื่อง โดยกล่อง ECU จะคอยควบคุมอากาศโดยใช้ระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า และ ควบคุมระบบฉีดเชื้อเพลิงให้สัมพันธ์กัน ดังนั้นผมคิดว่าควรเปลี่ยนรีเลย์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อความสมบูรณ์ของระบบไฟในส่วนนี้ (จากผังสายไฟจะเห็นว่ารีเลย์ระบบฉีดเชื้อเพลิง เบอร์ 9 มีการต่อเข้ามาในวงจรระบบแอร์ด้วย)
ซึ่งมีเพื่อนๆที่เปลี่ยนรีเลย์แล้วหลายคนบอกว่าอัตราเร่ง ดีขึ้น เครื่องสั่นน้อยลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ อ่าน รีวิวข้างล่างได้เลยครับ จากเพื่อนๆตัวจริง ไม่มีหน้าม้าแน่นนอน (ผมเองทดลองเปลี่ยนทั้งชุด กับเปลี่ยนแค่ 3 ตัว อาการรถต่างกันเลย อาการ เครื่องยังร้อนไม่เต็มที่ แล้วคอมแอร์ตัดแล้วเครื่องสั่นๆ เหมือนจะดับ หายไปเลย เมื่อก่อนพยายามไปล้างลิ้นผีเสื้อกับ ตั้งวาว์ล กับได้ผลน้อยมาก เครื่องยังสั่นเวลาแอร์ตัดเหมือนเดิม)
ทำไมต้องเปลี่ยน Relay ระบบฉีดเชื้อเพลิงหลัก (เบอร์ 3 สีแดง) และ คอยด์จุดระเบิด (เบอร์ 10 สีแดง)
สำหรับท่านใดกังวลว่าระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง กับ ระบบจุดระเบิดจะไม่สมบรูณ์ ท่านสามารถใช้ OMRON JAPAN สีดำ กระแสผ่านได้ 20 amp สามารถเปลี่ยนแทนเบอร์ 3 กับ 10 สีแดงได้นะครับ เพราะกระแสไฟฟ้าที่ผ่านแค่ 15 amp (สังเกตได้จากฟิวส์ก่อนเข้ารีเลย์) เพื่อนๆเราบางคนเปลี่ยนไปแล้วไม่มีปัญหาครับ มีแต่รู้สึกกว่าดีขึ้น เสียเงินเพิ่ม 3 ร้อยเศษๆ ดีกว่าไปเพิ่มสายกราวไวนชุดละพันกว่าบาทแน่นนอน

ทำไมต้องเปลี่ยน Relay ควบคุมพัดลมระบายความร้อน เบอร์ 8 สีเทา รีเลย์ 2 หน้า 5 ขา)
หลักการทำงานของรีเลย์เบอร์ 8 คือ คุมการทำงานของพัดลมแอร์ และพัดลมความร้อน ในสภาพปกติถ้ากล่อง ECU สั่งให้แอร์ทำงาน คลัชคอมแอร์ คอมเพสเซอร์แอร์ และพัดลมแอร์ต้องทำงาน ไฟจะผ่านรีเลย์ตามปกติ ไม่มีการไฟจ่ายเข้าขดลวดไฟฟ้าในรีเลย์เบอร์ 8 ทำให้คอมเพสเซอร์ และ พัดลมทั้งสองตัวจะทำงานพร้อมกัน แต่ถ้าเครื่องยนต์ร้อนแต่ระบบแอร์ยังไม่จำเป็นต้องทำงาน กล่อง ECU จะจ่ายไฟให้ขดลวดไฟฟ้าในรีเลย์เบอร์ 8 สั่งงานให้พัดลมระบายความร้อนเพิ่มเพื่อระบายความร้อนของเครื่องยนต์เป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติม (ดูผังสายไฟการต่อรีเลย์ประกอบ)

อ้างอิงตามแผนผังระบบไฟฟ้าในส่วนของรีเลย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบแอร์ นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดควรเปลี่ยนทั้งชุดสีดำ 5 ตัว และ เบอร์ 8 เพราะรีเลย์ทำงานร่วมกันในวงจร ครับ ถ้าใครอยากประหยัด เบอร์ 8 เสียแล้วค่อยเปลี่ยนก็ไม่ว่ากันครับ แต่ว่างๆลอง ตรวจดูว่าเสียรึยัง ถ้าไม่ตรวจก็ยากที่จะรู้ได้ เพราะถ้าตัวเสียดำเสีย แอร์จะไม่เย็น เราสามารถรู้สึกร้อน แต่ เบอร์ 8 สีเทาเสีย เครื่องร้อน เครื่องยนต์ และเกจวัดความร้อน ไม่สามารถบอกเราได้ครับ เราต้องตรวจสอบเอง (ถ้ามีเกจแยก ความร้อนรถจะเกินค่ามาตรฐาน(ประมาณ 95 องศา ) เกจติดรถขึ้น 9เม็ดเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ที่แน่ๆ แอร์จะไม่เย็นเต็มที่ และเกิดความร้อนสะสมที่เครื่องมาก ถ้าไม่ตรวจสอบกว่าจะรู้เครื่องคง overheat ไปแล้ว

วิธีทดสอบรีเลย์ควบคุมพัดลมระบายความร้อน เบอร์ 8 (สีเทา) ว่าปกติหรือไม่
ปกติแล้วอาการรีเลย์เสื่อมจะออกอาการในสภาวะการทำงานที่อุณหภูมิสูง (ตอนร้อนเป็น ตอนเย็นปกติ) ดังนั้นให้ใช้รถตามปกติ ยิ่งรถติดๆอากาศร้อนๆยิ่งดี แล้วหาที่จอดแต่ยังไม่ต้องดับเครื่องยนต์ แต่ให้ปิดปุ่ม A/C เพื่อให้แอร์หยุดทำงาน ปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานเดินเบาไปเรื่อยๆจนเครื่องร้อน ในช่วงเวลานี้ให้คอยฟังด้านหน้ารถสังเกตว่าพัดลมระบายความร้อนทำงานเพิ่มหรือไม่ ถ้าทำงานปกติ อย่าเพิ่งเลิก ให้คอยสังเกตไปเรื่อยๆ สัก 10 รอบ การทำงานของพัดลมตัวนี้ (อาจใช้เวลานานเกิน 15 นาที) ดูว่าหมุนแล้วหยุด หมุนแล้วหยุด เป็นรอบๆสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะอาการรีเลย์เสื่อมบางครั้งทำแค่ 1-3 รอบ หลังจากนั้นจะไม่ทำบ้างไม่ทำบ้าง ถ้ากังวล หรือไม่แน่ใจ ผมแนะนำให้เปลี่ยนไปเลยครับ เปลี่ยนครั้งนี้กว่าจะเสียอีกครั้งท่านรถคันนี้อาจจะไม่อยู่กับท่านแล้ว (ขายต่อไปแล้ว) ใครที่ซื้อรถมือสองต่อจากคนอื่นมา ตรวจสอบตรงนี้จะดีมาก
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กน้องเลยสำหรับรถยนต์อายุเกิน 6 ปี ถ้าละเลยความสมบูรณ์ของระบบระบายความร้อน อาจเสียค่าซ่อมเครื่อง Overheat หรือ เครื่องร้อนฝาสูบโก่ง กันหลายหมื่น ซ่อมแล้วก็กลับมาไม่เหมือนเดิม แถมวุ่นวาย อารมณ์เสียตอนรถเสียอีกด้วย ด้วยความปรารถนา มีของดีมีมาตรฐาน ราคาไม่โหดร้าย จึงแบ่งปันให้เพื่อนๆได้ใช้ของดีราคาถูกกัน
แผนผังระบบไฟฟ้าในส่วนของรีเลย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบแอร์มาให้ดูกันครับ นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดควรเปลี่ยนทั้งชุดสีดำ 5 ตัว แดง 2 และ สีเทา 1 ตัว เพราะรีเลย์ทำงานร่วมกันในวงจร ครับ ถ้ายังไม่ขายรถ ผมขอแนะนำให้เปลี่ยนยกแผง 8 ตัวรวมที่จำเป็นต่อระบบไฟฟ้าเครื่องยนต์ไปเลยครับ
รูปภาพ

มาดูจะใส่รีเลย์รุ่นไหนดี
การจัดชุดรีเลย์แบ่งหลักๆเป็น 2 ชุด คือ
ชุดระบบแอร์ ประกอบด้วย เบอร์ 1, 4, 7, 8 ชุดนี้เหมาะสำหรับ เน้นแค่แอร์เย็น อย่างเดียว
ชุดระบบไฟฟ้าเครื่องยนต์ 2, 3, 9, 10 ชุดนี้เพิ่มขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูประสิทธภาพฟ้าเครื่องยนตืให้กลับไปเหมือน รถใหม่ (อ่านบทความด้านล่าง “เปลี่ยนรีเลย์ดีกว่าไปเปลี่ยนกราวน์ไวน์ แน่นอน”)
รวมกันทั้งสุดชุดคือ Set OMRON JAPAN + NILES JAPAN ยกแผง (ยกเว้น 5, 6) ราคา 1750 พร้อมส่ง EMS กับ Civic FD, Civic Fd Ty R FD2, CRV Gen3 เบอร์ 5, 6 (ไม่ค่อยเสีย ไม่ค่อยจำเป็น ปีนึงจะละลายฝ้าสักกี่ครั้ง และของเดิมติดรถก็เป็น Omron Japan อยู่แล้วด้วย) ถ้าใครเน้นความสมบรูณ์แบบ ก้จัดให้ได้ เบอร์ 5, 6 ตัวละ 300 บาท
รถใช้เองยังไม่ขายต่อแนะนำเปลี่ยนชุด 8 ตัวจะคุ้มค่ากว่าครับ ไม่ต้องมาคอยลุ้นเปลี่ยนที่ละตัว ท้ายสุด ก็ต้องซื้อไปเปลี่ยนเพิ่มอยู่ดี
Jazz GE, City 2008-2013, FREED, Brio Full Setเปลี่ยนได้สูง 7 ตัว ระบบแอร์ 3 ตัว + ไฟ + เครื่องยนต์ + A/F sensor อีก 4 ตัว
Accord Gen 8 Full Set เปลี่ยนได้ 7 ตัว (Omron Japan ดำ) ยกแผงระบบแอร์และระบายความร้อน และไฟฟ้าเครื่องยนต์
New Civic FB และ CRV Gen 4 Full Set ชุดคุ้มค่า Omron Japan ดำ 7 Miyamoto ดำ 1 ระบบแอร์และระบายความร้อน และไฟฟ้าเครื่องยนต์
Accord Gen 7 เปลี่ยนได้ 3 ตัว (Omron Japan ดำ) เน้นระบบแอร์และระบายความร้อน
Accord Gen 6 เปลี่ยนได้ 3-4 ตัว (Omron Japan ดำ และMiyamoto ดำ) เน้นระบบแอร์และระบายความร้อน
บางท่านสงสัยว่า เปลี่ยนทั้งแผง ราคายังไม่เท่าสีเทาที่ศูนย์เลยตัวเดียวเลยของปลอมรึปล่าว ผมให้ลองสังเกตราคายาแก้ปวดที่ซื้อร้านขายยาที่ห้องแถว กับ ซื้อที่รพ.เอกชน หรูหรานะครับ ผมเชื่อว่าราคาไม่เท่ากัน..
ถ้าหากใครจะขายรถทิ้งรถ เน้น แก้แบบเฉพาะจุด ซื้อเฉพาะบางตัว ราคาสอบถามได้ครับ
ตามรูปเลยครับ ยี่ห้อ OMRON แบรนด์ญี่ปุ่น เป็นยี่ห้อเดียวกับรีเลย์ตัวอื่นๆ (สีเขียว) ที่ติดรถมานั่นแหละ ส่วนตัวเดิม(สีดำ) ติดรถเป็นยี่ห้อ MITSUBA made in เวียดนาม เอ่อ.... รถบางล้อต เป็นไทยบ้าง จีนบ้าง
OMRON made in JAPAN ใส่ ตำแหน่งเบอร์ 1, 2, 3, 4, 7, 9, 10
รูปภาพ
Miyamoto สีดำ 5 ขา Civic FD และ CRV Gen 3 ใส่ ตำแหน่งเบอร์ 8 เป็นรีเลย์ควบคุมพัดลมความร้อน (ในรูปผังรีเลย์เบอร์ 8) ตัวสีเทา คงไม่อยากเปลี่ยนกันราคานี้ 1750 บาท แถมไม่ค่อยสต้อกของกันด้วย มีเงิน แต่ไม่มีของก้อจบครับ ไม่เปลี่ยนเครื่อง ฮีท เสียเงินหลายหมื่นแน่ๆ จัดหานำเสนอให้แล้วจากญี่ปุ่นในราคาไม่แพงเว้อร์ ใช้ใน Civic FD (ใช้ 1 ตัว ตำแหน่งเบอร์ 8) และ CRV Gen 3 (ใช้ 2 ตัว ตำแหน่งเบอร์ 8 และใต้เบอร์ 8) ดูรูปแผงรีเลย์ด้านบนประกอบ
รูปภาพ
รูปภาพ
เพื่อความสมบรูณ์ของระบบแอร์แนะนำให้เปลี่ยนครบชุด 4 ตัว อย่างน้อยนะครับ (ผมแน่ใจว่ารถของคุณใช้ยาง 4 เส้น ดอกยางลายเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน โช้คอัพ 4 ต้น หัวเทียน 4 หัว เปลี่ยนพร้อมๆกัน เพราะใช้งานมาด้วยกัน)

ราคานี้เปลี่ยนทั้งแผง 8 ตัว ยังถูกกว่าเปลี่ยนศูนย์และร้านแอร์ทั่วไปเยอะครับ ตัวละ 7xx บาท ถ้า 5 ตัว 3,9xx แถมได้ Made in Vietnam เหมือนเดิม ( - _ - *) หรือต่อให้มาหาเปลี่ยนตามร้านแอร์ทั่วไปก้อ 300-400 บาท ยี่ห้อไรก้อไม่รู้ มีลูกค้าที่ให้ผมเปลี่ยนให้หลังจากซ่อมจาก ร้านแอร์แห่งหนึ่งเปลี่ยนมาให้แค่ตัวเดียวหลังจากเปลี่ยนหน้าคลัช (ความจริงเปลี่ยนรีเลย์ก้อแอร์เย็นแล้ว พ่วงเปลี่ยนหน้าคลัชขอกำไรเยอะหน่อย ยังงัยก็ถูกกว่าศุนย์เกินครึ่ง) บางครั้งร้านแอร์ใส่รีเลย์ ไม่มียี่ห้อ ผิดสเปก ขนาดไม่ถูกต้อง ขาไม่ครบ รีเลย์เก่าเสื่อมสภาพแล้ว ก้อมี
สำหรับท่านที่ต้องการความเฟอร์เฟค สมบรูณ์แบบ เปลี่ยนยกแผง สามารถเปลี่ยน เบอร์ 5, 6 เพิ่มได้ในราคาตัวละ 300 บาท สรุปราคายกแผงคือ 1750 + 600 = 2350 บาท ดูเหมือนเริ่มแพง ลองไปเชคราคาศูนย์ รับรอง เลิกคิดที่จะเปลี่ยน
เห็นราคาแบบนี้ หลายคนกังวลว่า เป็นของใช้แล้ว หรือ เป็นของเทียบหรือไม่ ขอตอบว่า รีเลย์ที่ผมจัดให้เป็นของใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่สินค้าใช้แล้ว ถ้าเป็นสินค้าใช้งานแล้ว ขาของรีเลย์ที่เป็นทองเหลือง หรือทองแดง จะไม่สะอาดมันวาว ถ้าใช้แล้วจะด้านๆ และ อีกประการ ผมเองไม่รู้จะนำของที่ผ่านใช้งานมามากมาย จากไหน ส่วนที่ขารีเลย์ที่มีรอยขีดบ้างเล็กน้อยน่าจะเป็นการเสียบทดสอบ QC ว่าใช้งานได้หรือไม่ ประเด็นว่าเป็นของเทียบตัดไปได้เลย เพราะรีเลย์พวกนี้ก็ติดตั้งมากับรถทีผลิตจากโรงงานเช่นกัน แต่ไม่ใช้กับรถทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น ทุกล้อต เท่านั้นเอง สิ่งที่สำคัญในการใช้คือ โวลต์ตรง โอห์มตรง ขาตรง ผลิตจากยี่ห้อที่ได้มาตรฐานผ่านการ QC และสำคัญที่สุดคือ ผ่านการทดสอบใช้จริง (บางยี่ห้อ สเปคตรง ใส่แล้ว แอร์กลับทำงานไม่เต็มที่ เย็นไม่ฉ่ำ)
ไม่ต้องกลัวไม่ได้รับของ ได้รับทุกรายครับ ไม่มีของอยู่มือไม่บอกเบอร์บัญชี ไม่รับเงินก่อนครับ
มีปัญหาเรื่องแอร์ และฝากซื้อรีเลย์ติดต่อผมได้ที่ line scan ได้เลยครับ หรือ 0818022หนึ่งหนึ่งหก โทร หรือ ไลน์ เข้ามาเช็คของก่อนครับ
โปรดระวังการสลับรีเลยของช่างบางคนที่ทำงานแบบขอผ่านไปที เอารีเลย์ตัวที่เสื่อม หรือ รีเลย์ไม่ถูกสเปคไปใส่แทนพัดลมไฟฟ้านะครับ อาจจะทำให้เครื่องยนต์ over heat เสียหายรุนแรงได้ หรือการจิ้มมั่วทดสอบหาไฟที่แผงรีเลย์ก็สามารถทำให้กล่อง ECU ช้อต เปลี่ยนใหม่เกือบ สองหมื่นบาท มีให้เห็นกันเรื่อยๆครับนะครับ การนำรีเลย์ที่เสื่อมไปสลับใส่ระบบไฟฟ้าตัวอื่น ก้อเหมือนการย้ายเอาปัญหาที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งนะครับไม่แนะนำให้ทำครับ

สงสัยรายละเอียดในการซ่อมแอร์แบบ DIY เสียเงินไม่มาก Add LINE กันมาได้เลย เรื่องของกสนฝากซื้ออะไหล่ติตามได้ในกระทู้ซื้อขายนะครับ เขียนตรงนี้จะผิดกติกาของเวปบอร์ด
รูปภาพ



ทำไมจึงควรเปลี่ยน Relay ทั้งชุด
• เหตุผลที่ 1 อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้งานมาพร้อมด้วยกัน อายุใช้งานน่าจะใกล้กัน เปลี่ยนยกชุดตัวดีกว่าไหม เหมือนการยาง 4 เส้น เปลี่ยนโช้คอัพ 4 ต้น หัวเทียน 4 หัว ลองคิดว่า ถ้าระบบลิ้นปีกผีเสื้อ และ ระบบฉีดน้ำมันรวน เครื่องรวนๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแล้วกะแค่เสียเงินแค่ไม่เกิน กี่ร้อยกว่าบาทเอง
• เหตุผลที่ 2 อุปกรณ์ไฟฟ้าอายุการใช้งานไม่หนีกันมากหรอกครับยิ่งใช้งานมาพร้อมๆกันร้อนๆแบบนี้ จะดีกว่ามั้ยถ้าเปลี่ยนไปเลยแล้วไม่ต้องมาคอยเช็ค กังวล และคราวหน้าคงจะไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว เพราะขายรถไปแล้วมั้ง อีกทั้งรีเลย์เบอร์ 1, 4, 7, 8 มีการทำงานตัดต่อบ่อย และกระแสไฟฟ้าผ่านสูง ถึงไม่เปลี่ยนแต่ควรมีสำรองไว้ในรถน่าจะดีอ คิดซะว่าเหมือนยางอะไหล่ไม่มีตอนจะใช้ก้อวุ่นวาย หรือโดนราคาขูดเลือดเนื้อและบางทีไม่มีสต้อกด้วย
• เหตุผลที่ 3 รีเลย์มีการเชื่อมต่อและทำงานกันเป็นวงจร และมีตัวต้านทานอยู่ภายในรีเลย์ซึ่งสามารถเสื่อมได้เพราะอยู่ในพื้นที่ร้อน (ดูผังสายไฟรีเลย์ระบบแอร์ ระบบระบายความร้อนประกอบ) ถ้าเปลี่ยนส่วนนึงดีแล้ว ที่เหลือไม่ดี การทำงานจะไม่สมบรูณ์ ลองเทียบง่ายๆ เหมือนกับ เอา mainboard computer หรือ มือถือ ไปซ่อมคุณมีความมั่นใจแค่ไหนที่จะใช้ต่อ มีเพื่อนเราบางคนเอาโอห์มมิเตอร์ มาวัดรีเลย์ตัวเก่าๆแม้ว่าจะยังใช้งานได้อยู่ ปรากฏว่า ค่าความต้านทานเปลี่ยนไปจากของใหม่มากเนื่องจากทำงานในห้องเครื่องโดนความร้อน
• เหตุผลที่ 4 สำหรับท่านที่ต้องการความสมบรูณ์เบอร์ 3 กับ 10 สีแดง มีผลกับระบบเครื่องยนต์เช่นกัน กระแสไฟฟ้าผ่านแค่ 15 แอมป์ จึงสามารถใช้ สีดำที่รับกระแสได้ถึง 20 แอมป์ จึงสามารถใช้สีดำได้
ทำไมควรมี Relay สำรอง
ร้านแอร์ หรือร้านอะไหล่ทั่วไป มีของสต็อกบ้าง ไม่มีบ้าง ถ้าเจอร้านแอร์ซามูไรโดนฟันไปครับ ราคาแพงหลายระดับ เท่าที่ทราบราคาศูนย์ ตัวละ 7xx บาท ไม่เชื่อเช็คราคากันได้เลย 5 ตัว ราคาเกือบ 4 พันบาท เปลี่ยนก่อนเสียมักราคาถูกกว่าเปลี่ยนตอนเสียแล้วครับ (เพราะถ้าเสียแล้วเท่าไรก้อต้องจ่ายคุณคงไม่ขับรถไม่มีแอร์ หรือ รถที่เครื่องยนต์กำลังจะ over heat) อีกทั้งการลองเปลี่ยนรีเลย์ยังเป็นการเปลี่ยนชิ้นส่วนสิ้นเปลืองเบื้องต้นที่ใช้เงินไม่มากและทำได้เองครับภายใน 3 นาที แค่เข้าคิวศูนย์ใช้เวลามากกว่านี้ แถมซ่อมบางที่คิดค่าแรงเปลี่ยนรีเลย์ แถมพ่วงซ่อมจุดที่ไม่เสียอีกด้วย (อารมณ์ว่าเปลี่ยนรีเลย์ ได้กำไรหลักร้อย ไม่คุ้มค่าเสียเวลา)
สาเหตุที่ รีเลย์ พวกนี้เสียเพราะ
• ระบบถูกออกแบบมาให้ตัดต่อบ่อยตามสไตล์ รถรุ่นใหม่ๆให้ตัดต่อบ่อยเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง (สเปครีเลย์ทั่วไปตัดต่อได้ประมาณ 1 แสนครั้ง เงื่อนไขรับประกันของศูนย์จึงเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองหรือ สึกเหรอ เคลมไม่ได้หากเปลี่ยนเสียเงิน และเสียค่าแรง)
• กล่องแผงรีเลย์อยู่ให้ห้องเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างร้อน ยิ่งรถติดๆไม่มีอากาศไหลผ่านเหมือนรถวิ่ง รถเดินเบาติดไฟแดงผมเคยวัดอากาศในห้องเครื่องได้ถึง 80 องศา แต่ขณะที่รถวิ่งอุณหภูมิสูงกว่าอากาศด้านรถกว่านิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งขณะรถติดกระแสลมที่พัดลมดูดจากด้านหน้าไหล่ผ่านหม้อน้ำ และรังผึ้งแอร์ ร้อนๆไหลผ่านตัวพัดลมมาโดนแคทท่อไอเสีย ทำให้อากาศในห้องเครื่องร้อนมาก
• กระแสไฟฟ้าที่ผ่านชุดรีเลย์ระบบแอร์สีดำนี่หนักๆ ทั้งนั้น (สเปค ฟิวส์ 20 amp มากสุดแล้วในแผง ตามคู่มือ)
• ตัวต้านทานภายในรีเลย์เสื่อมเพราะทำงานอยู่ใต้อุณหภูมิสูง ทำให้วงจรทำงานไม่ปกติภายในบางช่วงเวลา เป็นๆหายๆ รวนๆ
• หน้าสัมผัสจ่ายไฟมีการสึกหรอ เนื่องจาก ขณะตัดต่อมีกระแสไฟฟ้าอาร์คเหมือนการเชื่อมเหล็ก หน้าสัมผัสจึงมีการสึกหรอทุกครั้งที่มีการตัดต่อ
วิธีการเปลี่ยนรีเลย์ ทำเองได้ ไม่ต้องง้อช่าง
คุณสามารถเปลี่ยนรีเลย์ได้ด้วยตัวเองครับง่ายมากไม่ต้องใช้ฝีมือมากเหมือนเสียบปลั้ก ตามบรรยายข้างล่าง 7 ข้อนะครับ แผงรีเลย์อยู่บริเวณหัวโช้คด้านหน้าซ้ายครับ เปิดกล่องด้วยมือเปล่า ตามรูป

1. ปิดสวิทย์กุญแจ ชักกุญแจออกไปเลยเพื่อความชัวร์ (ห้ามเปลี่ยนรีเลย์ขณะติดเครื่อง หรือ กุณแจอยู่ในสถานะ ON)
2. เปิดกล่องรีเลย์ในห้องเครื่องอยู่บริเวณหัวโช้คด้านคนนั่ง ใช้มือเปล่าบีบสลักสองจุดดังรูปฝาจะอ้าออกเอง ตามรูปลูกศรสีแดง
3. ใช้ผ้าบางๆวางลงบนรีเลย์แล้วใช้คีมจับแล้วดึงขึ้นมาตรงๆ (ระวังหล่นตกลงไปในห้องเครื่อง) ขั้นตอนนี้ แนะนำให้ถอดรีเลย์ที่อยู่ด้านนอก (เบอร์ 1และ 4 ออกก่อนจึงค่อยถอด เบอร์ 2 ออก) และหาผ้าคลุมรอบกล่องรีเลย์กันรีเลย์ตกลงไปด้านล่าง
4. เปลี่ยนรีเลย์ ตัวใหม่แทนสังเกตขั้วเสียบให้ตรง ถ้าใส่ถูกจะกดลงได้อย่างง่าย (ตรวจสอบทุกตัวเสียบให้แน่น)
5. วิธีทดสอบรีเลย์พัดลมด้านหน้าทั้งสองตัวว่าใช้ได้หรือไม่ หรือเช็คว่ารีเลย์ตัวเก่าเสื่อมเสียหรือไม่ ให้เปิดแอร์ เปิดปุ่ม A/C แล้วไขกุญแจให้ถึงล็อกสุดท้ายก่อนจะสตาร์ท (ไม่ต้องสตาร์ท) ให้สังเกตพัดลมทั้งคู่หมุนหรือไม่ ให้ทดสอบซ้ำหลายๆครั้งโดยกด A/C เปิดๆปิดๆ 10 ครั้ง พัดลมด้านหน้าต้องหมุนทั้งสองตัวและหน้าคลัชคอมแอร์ต้องจับทุกครั้ง
6. วิธีทดสอบรีเลย์คลัชคอมแอร์ ติดเครื่องเปิดแอร์และเปิดปุ่ม A/C ถ้าคอมแอร์ตัดต่อปกติ สังเกตจากการเสียงแต้กได้ครับ เสียงดังอยู่แล้วรุ่นนี้ ถ้าไม่ยินเสียงให้ใช้ไฟฉายส่องดูที่หน้าคลัชตรงไปเลยครับว่าจับ สลับ ปล่อยบ้างหรือเปล่า ไม่ว่าเปิดแอร์มากหรือน้อยคอมตัดต้องตัดต่อบ่อยๆ แทบทุกไม่เกิน 1 นาที
7. ทดสอบผ่านแล้ว ปิดฝาครอบแผงรีเลย์ได้เลย

Ground Wire (-) VS Relay (+) อะไร สำคัญกว่ากัน

รูปภาพ

ตอบได้เลยสำคัญเท่ากัน แต่การเสื่อมสภาพ หรือสึกหรอ เกิดได้ที่ตัวรีเลย์ หรือตัวจ่ายไฟฟ้าขั้วบวก มากกว่าครับ ซึ่งแน่นนอน การเสื่อมสภาพทำให้เกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าไหลไม่สะดวก หรือไม่ไหลเลย
สาเหตุที่ตัวรีเลย์เสื่อมสภาพ ผมขอกล่าวในช่วงหลังของบทความนี้

ผู้ ใช้รถ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับสายกราวน์ (ground wire) หรือสายไฟฟ้าขั้วลบที่ต่อกับตัวถัง ราคามีตั้งแต่ 1200-2000 บาท ทั้งให้ความสวยงาม และหวังผลการไหลของกระเเสไฟฟ้าให้ดีขึ้น

แต่จะมีกี่คนที่สนใจไฟฟ้าขั้วบวกบ้าง แล้ว ไฟฟ้าขั้วบวกอยู่ที่ไหนกันล่ะ ผมขออธิบายดังนี้

หลัก การของไฟฟ้ารถยนต์จะต่อไฟฟ้าลบกับตัวถังรถที่เป็นเหล็กสามารถนำไฟฟ้าได้ทั้ง คัน และถ้าต้องการไฟฟ้าขั้วบวกจ่ายให้กับอุปกรณ์ไหน ก็เพียงเดินสายไฟไปหาและมีตัวควบคุมการจ่ายไฟบวกเท่านั้นเอง

ตัวรีเลย์นี่เองที่เป็นตัวจ่ายไฟฟ้าบวกให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยหลักการคือใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าต่ำ (ขอเรียกว่าไฟฟ้าสัญญาณจากกล่องควบคุมหลัก ECU หรือ สวิทย์ไฟฟ้าที่เปิดปิดโดยผู้ใช้รถ) มาสั่งการให้จ่ายไฟฟ้าบวกกระแสสูง (ขอเรียกว่าไฟฟ้ากำลัง)

จ่าย ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยที่อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวมีการทำงานที่แยกกันโดยอิสระ และความต้องการของไฟฟ้าในแต่ละอุปกรณ์ไม่เท่ากัน เช่น พัดลมระบายความร้อน ระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด และ อื่นๆอีกมากมาย


ดัง นั้นเมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าใดไม่ทำงาน การฟันธงว่าอุปกรณ์นั้นเสีย การการวิเคราะห์ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ไฟหน้ารถ ดับ หรือ แตรไม่ดัง หรือ พัดลมระบายความร้อนไม่หมุน จะบอกว่าอุปกรณ์เหล่านั้นเสียและต้องเปลี่ยนนั้น อาจทำให้ผู้ใช้รถเสียค่าซ่อมแพงโดยไม่จำเป็นและ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริง

การ เช็คระบบไฟฟ้า หรือ รีเลย์เป็นสิ่งที่ช่างที่ดีมีจรรยาบรรณควรทำ (แต่อาจจะรวยช้าหน่อย) ไม่ใช่หลอกให้ลูกค้าเปลี่ยนตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้น ที่มีราคาแพง หรือ หาของมือสองมาใส่ให้ เนื่องจากรีเลย์มีค่าตัวไม่สูงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
ส่วน สาเหตุที่รีเลย์เสื่อม หรือ เสียนั้น เนื่องมาจาก ภายในตัวรีเลย์มีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ เช่นตัวต้านทาน ขดลวดไฟฟ้า ที่สามารถเสื่อมได้ภายใต้การทำงานเวลานานใต้อุณหภูมิสูงและความร้อนสะสมภายในตัวรีเลย์เอง เนื่องจากกระเเสไฟฟ้าไหลผ่านและ ความร้อนจากเครื่องยนต์ นอก จากนี้การสึกหรอในส่วนของกลไก และ การอาร์คของกระแสไฟฟ้าก็มีส่วนที่ทำให้หน้าสัมผัสละลาย หรือ ไหม้ได้ ส่งผลให้ไฟฟ้าเดินไม่สะดวก หรือ เกิดคอขวดของระบบไฟฟ้าบวกได้ตรงจุดนี้

อาการแอร์เย็นบ้างแต่ไม่ฉ่ำ อาการแอร์มีแต่ลมไม่มีความเย็น อาจไม่ได้เกิดจากรีเลย์อย่างเดียว แต่สามารถทดสอบหาต้นตอของปัญหาได้ดังนี้
คุณมีระบบไฟฟ้าควบคุมแอร์ที่สมบูรณ์แล้ว คุณยังต้องมีหน้าคลัชคอมแอร์ และตัวมอเตอร์พัดลมแอร์และพัดลมระบายความร้อน และระบบน้ำยาแอร์ ที่สมบรูณ์ด้วย
อาการแอร์เย็นบ้างแต่ไม่ฉ่ำ อาจมีสาเหตุจากมอเตอร์พัดลมแอร์เสื่อมช่วงประมาณ กม.ที่ 140,000 ถึง 150,000 เช่นกัน
สาเหตุเกิดจากพัดลมแอร์และพัดลมระบายความร้อนไม่หมุน ต้นเหตุเนื่องจาก รีเลย์ หรือ มอเตอร์พัดลมเสีย ท่านสามารถทดสอบด้วยตัวเองก่อนว่าอะไรเสียกันแน่ โดยสลับรีเลย์พัดลมตัวที่หมุนใช้งานได้ สลับเบอร์ 4 -> 1 หรือ 4 ->9 แล้วสังเกตพัดลมแอร์ว่ากลับมาหมุนมั้ยในขณะที่กดเปิดๆปิดๆ A/C หลังจากทดสอบแล้วควรสลับรีเลย์กลับที่เดิมเพื่อป้องกันเครื่องยนต์ร้อนผิดปกติ
อาการแอร์มีแต่ลมไม่มีความเย็น ในรถที่วิ่งเกิน 1.3 แสนนอกเหนือจากรีเลย์เสื่อมแล้วตัวหน้าคลัชอาจเสื่อมร่วมด้วย วิธีทดสอบว่ารีเลย์เสียหรือหน้าคลัชเสียให้ทดสอบสลับรีเลย์ 7 -> 1 หรือ 7 -> 4 แล้วสังเกตหน้าคลัชแอร์ว่ากลับมาจับ สลับปล่อยมั้ยในขณะที่กดเปิด A/C
เมื่อเกิดอาการแอร์ไม่เย็น โปรดหลีกเลี่ยงที่สลับรีเลย์คลัชคอมแอร์(ที่เสื่อมแล้ว)มาแทนที่พัดลมความร้อน เพื่อหวังว่าแอร์จะเย็นขึ้นผลที่ได้ แอร์อาจจะเย็นขึ้นนิดหน่อย แต่เครื่อง overheat ไม่คุ้มค่านะครับ ทนร้อนไปก่อนแนะนำให้เปลี่ยนทั้งชุดครับ เพราะต่อให้รีเลย์คลัชคอมแอร์ทำงานปกติแต่รีเลย์พัดลมความร้อนและรีเลย์พัดลมแอร์เสื่อม แอร์ก้อเย็นสู้แดดไม่ไหวอยู่ดีนะครับ
รีเลย์ลิ้นปีกเสื้อและระบบไฟจุดระเบิดกับหัวฉีดเชื้อเพลิง ก็เช่นเดียวกัน หากเอารีเลย์เสื่อมๆไปแทนที่ ไฟเครื่องยนต์ check engine อาจขึ้นได้ และ start เครื่องไม่ได้ครับ
สรุปเปลี่ยนทั้งชุดเลยดีกว่า ไม่ต้องคอยกังวล ถอดสลับไปมาขั้วหลวมเปล่าๆ
รูปภาพ

ถ้าหน้าคลัชคอมแอร์เสื่อม หรือ มอเตอร์พัดลมเสียต้องเปลี่ยนด้วยระบบแอร์ทั้งหมดจึงจะสมบูรณ์ ซึ่งส่วนใหญ่หน้าคลัชเสื่อมช่วงประมาณ กม.ที่ 120,000 ถึง 150,000 (หน้าคลัชมีคอยด์แม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ด้านใน ซึ่งเสื่อมสภาพตามเวลาทำให้มีแรงดึงดูดน้อยลง หรือ ไม่ดูดเลยในสภาวะอากาศร้อน ต้องเปลี่ยนเพราะจะไม่สามารถยึดเกาะกับพูลเล่ส่งกำลังหมุนคอมเพสเซอร์แอร์แล้วส่งผลให้แอร์ไม่เย็นหรือเย็นน้อย หรือมีแต่ลมในบางช่วงเวลา)
สังเกตได้จากหน้าคลัชคอมแอร์ด้วยครับ ถ้ามีฝุ่นแดงๆเกาะรอบๆ แสดงว่าเริ่มสภาพไม่ดีแล้วครับ จากรูปหน้าคลัชสภาพไม่ดีจะมีฝุ่นสนิมเหล็กเลอะตรงหน้าสัมผัสครับ สามารถเปิดฝากระโปรงดูหน้าคลัชกันเองได้เลย พูลเล่คอมแอร์อยู่แนวหน้าสายพานหน้าเครื่องครับ รถบางคันที่ขับลุยน้ำลึกมา หน้าคลัฃอาจแตกเสียหายได้ ทำให้คอยด์แม่เหล็กไฟฟ้าเสียหายได้เช่นกัน
รูปภาพ

สำหรับรายละเอียดการถอดเปลี่ยนชุดหน้าคลัชคอม ถ้าร้านไหนมีทักษะที่ดีจะทำงานบริเวณซุ้มล้อทำให้ ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าน้ำยาแอร์ใหม่ 600-800 บาท และไม่เสียค่าแรงรื้อเยอะ บางร้านทำงานจากด้านบน ถอดไดชาร์จออก รื้อเยอะ เสียเวลาเยอะ แถมมาคิดค่าแรงกับเราแพงอีก คิดราคาอะไหล่เบิ้ลสองเท่าอีก (ผมเจอกะตัวเอง) ชุดหน้าคลัชคอมแอร์ซื้อหาได้ตามร้านแอร์ทั่วไป ราคา ของรวมค่าแรง อายุราวๆ 2500 บาท ไม่ควรสูงกว่านี้ ถ้าใครหาของไม่ได้ผมมีร้านขาย และร้านซ่อม แนะนำให้ครับ ขอขอบคุณ credit ภาพ ผมเอามารวมๆกันด้านล่างนะครับ

กระทู้นี้อาจไม่ถูกใจช่างแอร์ที่จ้องจะฟันลูกค้า หาเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ได้เสีย นะครับ แต่หวังว่าผู้ใช้รถคงมีข้อมูลซ่อมรถให้ตรงจุดได้ ไม่ต้องเสียเงิน เกินจำเป็น นะครับ
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
art34
 
โพสต์: 13
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 02 พ.ค. 2014, 15:55

Re: =DIY เปลี่ยนรีเลย์แก้แอร์ไม่เย็น เย็นไม่ฉ่ำ ความร้อนขึ้น

โพสต์โดย kkguokna » พุธ 08 มิ.ย. 2016, 16:12

สุดยอด ขอบคุณสำหรับคำแนะนำแหล่มๆนะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
kkguokna
 
โพสต์: 1
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 08 มิ.ย. 2016, 16:11

Re: =DIY เปลี่ยนรีเลย์แก้แอร์ไม่เย็น เย็นไม่ฉ่ำ ความร้อนขึ้น

โพสต์โดย piyapea » พฤหัสฯ. 09 มิ.ย. 2016, 08:58

:geek: :geek: :geek: :geek: :geek:
ภาพประจำตัวสมาชิก
piyapea
ไมล์สะสม LV.4
ไมล์สะสม LV.4
 
โพสต์: 82
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 13 มิ.ย. 2012, 20:37

Re: =DIY เปลี่ยนรีเลย์แก้แอร์ไม่เย็น เย็นไม่ฉ่ำ ความร้อนขึ้น

โพสต์โดย art34 » เสาร์ 09 ก.ค. 2016, 20:18

หลังจากวัดค่าความต้านทานรีเลย์ทั้งของใหม่ตรงสเปค และของที่ร้านแอร์ทั่วไปที่ใส่ในรถเพื่อนๆที่แก้เรื่องแอร์เย็นและระบบไฟฟ้ารวนไม่หายขาด ก็ทราบเลยว่า ช่างสักแต่ใส่มาเท่านั้นเอง ค่าความต้านทานสูงถึง 170โอห์ม สูงมากกว่าค่ามาตรฐานถึง 50%
อย่างนี้ต้องตั้งชื่อว่า "ช่างมัน" เอาแค่ใส่ได้ พอทำงานได้เท่านั้นเอง แต่จะให้ทำงานตามสเปคของมัน ก็คือ 120 โอห์มเท่านั้นครับ ส่วนตัวที่เสียสนิทีความต้านทานเพียง 100 โอห์ม ผลก็คือระบบไฟฟ้าไม่ทำงาน ไฟรูปเครื่องยนต์หน้าปัดขึ้น ผลคือโปรมแกรมในกล่อง ecu เข้าสู่ SAFE MODE แน่นนอนครับ เครื่องทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพแน่นนอน (บางคันหนักกถึงขนาดวิ่งได้แค่ 60)
รีเลย์ในสังกัดของผมวัดจริงๆแล้วได้ 120 โอห์มทุกตัวครับ จากภาพอาจจะไม่ 120 โอห์ม เป็นปกติเครื่องวัดก็มี % error +/-2% ครับ

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
art34
 
โพสต์: 13
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 02 พ.ค. 2014, 15:55


ย้อนกลับไปยัง D.I.Y. ทำเองใช้เองในรถ New Civic FB

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 22 ท่าน